7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้!

7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้!

7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้! ใครหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ห้ามกินยาพร้อมนม” ประโยคที่เคยได้ยินกันมาอย่างเนิ่นนาน แต่คุณรู้หรือไม่สิ่งที่ผู้เฒ่าผู้แก่พูดต่อ ๆ กันมานั้นเป็นเรื่องจริง เนื่องจากนมมีส่วนประกอบของแคลเซียม ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมของยาบางชนิดได้

จึงทำให้การดูดซึมของยาเข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นไปได้ยาก แต่ทว่าไม่เพียงแต่นมเท่านั้นที่ไม่ควรกินคู่กับยา แต่ยังมีอีก 7 สิ่งที่ไม่ควรกินพร้อมยาซึ่งเราเดาว่าคุณอาจจะยังไม่รู้ว่า 7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยานั้นมีอะไรบ้าง วันนี้เราจะพาคุณตามไปหาคำตอบพร้อม ๆ กัน

7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้!

7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้!

1. นมและผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิด

            แม้นมจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่เนื่องจากนมมีส่วนประกอบของแคลเซียม ซึ่งมีผลต่อการดูดซึมของยาบางชนิดได้ โดยแคลเซียมในนมจะไปจับตัวกับยาบางชนิด กลายเป็นสารประกอบเชิงซ้อนที่ไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ประสิทธิภาพของยาลดลง โดยเฉพาะในกลุ่มของยาปฏิชีวนะ ยิ่งไม่ควรทานคู่กับนมและผลิตภัณฑ์จากนมโดยเด็ดขาด เพราะแคลเซียมจากนมจะเข้าไปขัดขวางไม่ให้ร่างกายสามารถดูดซึมตัวยาได้อย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้จึงอาจทำให้ทานยาแล้วอาการไม่ดีขึ้นนั่นเอง

            2. อาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรด

            เพราะอาหารและเครื่องดื่มที่มีกรดผสมอยู่นั้น จะไปขัดขวางกระบวนการดูดซึมของยา ทำให้ร่างกายได้รับเคมีจากยาเข้าไปบำบัดอาการเจ็บป่วยได้น้อยลง แทนที่อาการป่วยจะดีขึ้น กรดเหล่านี้กลับจะยิ่งทำให้เชื้อโรคและแบคทีเรียไม่ถูกทำลาย ตรงกันข้าม ยังทำให้เจริญเติบโตต่อไปได้อีกด้วย สำหรับอาหารและเครื่องดื่มที่มีฤทธิ์เป็นกรดที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ น้ำอัดลม โซดา ผลไม้และน้ำผลไม้รสเปรี้ยว รวมไปถึงอาหารที่มีส่วนผสมจากมะเขือเทศอย่างซอสมะเขือเทศ ก็มีฤทธิ์ขัดขวางการดูดซึมของยาได้เช่นกัน ทราบเช่นนี้แล้ว ควรหลีกเลี่ยงการทานอาหารที่มีกรดผสมอยู่พร้อมกับการทานยาจะดีที่สุดค่ะ

7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้!

            3. น้ำผลไม้บางชนิด

            น้ำผลไม้บางชนิด เช่น เกรปฟรุต ผลไม้ตระกูลเดียวกับส้มโอ แม้จะมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มีงานวิจัยพบว่าการดื่มน้ำเกรปฟรุตมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาหลายชนิด เช่น ยาลดความดัน ฟิโลดิปีน (felodipine) แอมโลดิปีน (amlodipine) ยาลดไขมันในเลือด ซิมวาสแตติน (simvasatatin) ยาคลายเครียด ไดอะซีแพม(diazepam) เนื่องจากไปยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ในการเปลี่ยนแปลงยา จนระดับยาในเลือดสูงขึ้นและอาจเกิดอันตรายต่อผู้ป่วยได้

            4. กาแฟ

            หลายท่านอาจคิดว่าทานยาพร้อมกาแฟก็คงไม่เป็นอะไรหรอก เพราะบังเอิญมีแก้วกาแฟถืออยู่ในมือเวลานั้น แต่จริงแล้วไม่ควรค่ะโดยเฉพาะในกรณีที่ทานยากลุ่มแก้หวัดหรือขยายหลอดลมอยู่ ห้ามทานคู่กันโดยเด็ดขาด เนื่องจากกาแฟมีฤทธิ์ทำให้หัวใจเต้นเร็ว เช่นเดียวกับยาขยายหลอดลมที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจเช่นเดียวกัน ดังนั้น เมื่อทานพร้อมกันอาจเกิดอาการใจสั่น รวมทั้งภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ หรือในคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว กรณีนี้ยิ่งอันตรายมากขึ้นค่ะ

            5. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ด้วยความที่แอลกอฮอล์มีฤทธิ์กดประสาท ดังนั้น ผู้ที่ทานยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เช่น ยาแก้แพ้ ยานอนหลับ ยาแก้โรคซึมเศร้า จึงต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะหากไปดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับยาแล้ว จะยิ่งเสริมฤทธิ์กดประสาทให้รู้สึกง่วงซึม และขาดสมาธิมากขึ้น ถ้ารุนแรงก็อาจถึงขั้นหมดสติและหยุดหายใจได้

7 สิ่งที่ ไม่ควรกินพร้อมยา เพราะอาจเกิดอันตรายต่อคุณได้!

            6. ผักใบเขียวที่มีวิตามินเคสูง

            แม้กรณีนี้จะไม่ได้เป็นการทานพร้อมยาโดยตรงก็ตาม แต่ในมื้ออาหารก่อนที่จะทานยา หากมีการทานผักใบเขียวจำพวก บรอกโคลี ผักโขม หน่อไม้ฝรั่ง กะหล่ำปลี ในปริมาณมาก ควรต้องระวังเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด วาร์ฟาริน (warfarin) อยู่ เนื่องจากมีผลต่อระดับความแข็งตัวของเลือดโดยตรงจนอาจเกิดอันตรายได้

            7. ผลไม้ที่มีโพแทสเซียมสูง

            ผลไม้บางชนิด โดยเฉพาะกล้วยกับส้มที่คนไทยเราชอบรับประทาน ผลไม้ 2 ชนิดนี้มีโพแทสเซียมสูง ซึ่งโพแทสเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีผลต่อการใช้ยาขับปัสสาวะ หากระดับโพแทสเซียมในเลือดผิดปกติจนทำให้เกิดพิษจากยาที่ออกฤทธิ์ต่อหัวใจ ก็อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้

ขอแนะนำบทความที่น่าสนใจ : กิน “ยาแก้แพ้” มากเกินไป อาจส่งผลร้ายมากกว่าที่คุณคิด! ปัจจุบันภูมิแพ้ถือเป็นโรคยอดฮิตในยุคนี้เลยก็ว่าได้ เนื่องจากในแต่ละวันต้องพบเจอกับตัวการที่มีอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน เชื้อรา มลพิษ อาหารที่ปนเปื้อน เกสรดอกไม้ ขนสัตว์ รวมถึงสภาพอากาศที่แปรเปลี่ยนตลอดเวลา 

            แล้วทำไมถึงห้ามกินยาพร้อมนม?

รศ.ดร.โอภา  วัชระคุปต์ อาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายว่าการดื่มน้ำผลไม้หรือนมหลังรับประทานยา หรือใช้น้ำผลไม้แทนน้ำนั้นอาจมีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาเช่นเดียวกับกรณีการรับประทานยาก่อน หรือหลังอาหาร เช่นถ้ารับประทานยาพร้อมนม ในนมมีแคลเซียม ซึ่งแคลเซียมจะไปจับตัวยาบางชนิด เช่น ซิพเปอร์เฟอซิน ซึ่งเป็นยาที่ออกฤทธิ์ฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะ ถ้ารับประทานยาพร้อมนม น้ำนมหรือสารละลายที่มีแคลเซียมเหล็กก็จะไปจับเป็นคอมเพล็กซ์กับยา ทำให้ยาไม่สามารถดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้

            ยาปฏิชีวนะบางชนิดมี โมเลกุลขนาดใหญ่ เวลามาถูกแคลเซียมจับก็สามารถตกตะกอนหรือจับเป็นคอมเพล็กซ์ได้ ทำให้ยาไม่ออกฤทธิ์ ส่วนน้ำส้มมีผลทำให้ปัสสาวะมีฤทธิ์เป็นกรดหรือเป็นด่าง ซึ่งจะทำให้ยาถูกขับออกมากหรือน้อยจะทำให้ปริมาณยาในร่างกายเปลี่ยนแปลงไป

            รับประทานยาพร้อมนม แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

            รับประทานยาพร้อมนม แล้วจะเกิดอะไรขึ้น?

                นม หรือผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส โยเกิร์ต หรือไอศกรีม มีส่วนประกอบของแคลเซียมสูง หากรับประทานร่วมกับยาบางชนิดจะเกิดปฏิกิริยาระหว่างยาและนม หรือเรียกง่าย ๆ ว่า ยาตีกันกับนม เนื่องจากแคลเซียมในนมจะไปทำปฏิกิริยากับโครงสร้างของยา ทำให้ได้สารประกอบที่ไม่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและไม่ถูกดูดซึมหรือลดการดูดซึมยา หรืออาจทำให้ยาหมดฤทธิ์ ส่งผลต่อประสิทธิภาพของยาในการรักษาโรคได้ลดลง

                นอกจากนมและผลิตภัณฑ์จากนมแล้ว ยังหมายรวมถึงยาลดกรดที่มีส่วนประกอบของแมกนีเซียม อะลูมิเนียม หรือแร่ธาตุเสริม เช่น ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม อีกด้วย ที่ไม่แนะนำให้รับประทานพร้อมกับยาบางชนิด เนื่องจากส่งผลลดการดูดซึมยาเช่นเดียวกัน

            ควรรับประทานยาห่างจากนม นานเท่าไหร่?

            หากท่านต้องการดื่มนมหรือรับประทานอาหารที่มีนมเป็นส่วนประกอบในช่วงที่ต้องรับประทานยาที่มีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงการดื่มนม ก็สามารถทำได้ โดยแนะนำให้ดื่มนมก่อนหรือหลังรับประทานยานั้น ๆ อย่างน้อย 2  ชั่วโมง หรือตามคำแนะนำพิเศษในยาบางชนิดก็อาจรับประทานห่างมากกว่า 2 ชั่วโมงได้ดังที่กล่าวไปข้างต้น

            และทั้งหมดนี้คือ 7 สิ่งที่ไม่ควรกินพร้อมยา เพื่อให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างถูกต้อง ควรหลีกเลี่ยง 7 สิ่งที่ไม่ควรกินพร้อมยานี้ เพื่อให้การกินยาให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษาโรค แต่อย่างไรก็ตามการกินยาที่ถูกต้องควรกินคู่กับน้ำเปล่า เพราะน้ำเปล่าคือตัวละลายยาที่ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติม ได้ที่ : รวม 7 ภาพยนตร์ HIGH SCHOOL ที่ดีที่สุด