พิธีกรรมฝังเสาหลักเมือง ด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน!

พิธีกรรมฝังเสาหลักเมือง ด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน!

พิธีกรรมฝังเสาหลักเมือง ด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น ที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน! ประเทศไทยของเรานั้นเรียกได้ว่าเป็นประเทศที่มีความเชื่อและพิธีกรรมในเรื่องต่าง ๆ มากมาย ซึ่งมีมาตั้งแต่ในสมัยอดีตและทำสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน บางพิธีกรรมอาจจะหายไปตามกาลเวลา แต่บางพิธีกรรมก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้าง อีกหนึ่งพิธีกรรมในอดีตที่น่าสนใจและเป็นที่พูดถึงมาจนถึงตอนนี้ ก็คือพิธีฝังเสาหลักเมืองด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น ดังนั้น วันนี้เราจึงจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับพิธีกรรมนี้กันให้มากยิ่งขึ้น ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันได้เลยค่ะ

1-เนื้อหา

เดิมประเพณีไทยแต่โบราณ เมื่อมีการสร้างเมืองใหม่ (ณ ที่ใดก็ตาม) สิ่งที่ต้องทำประการแรก ก็คือ การหาฤกษ์ยามอันดี สำหรับการฝังเสาหลักเมือง หลังจากนั้นก็จะดำเนินการสร้างบ้านเมืองกันต่อไป ประเพณีการตั้งเสาหลักเมืองนั้น มีต้นกำเนิดมาจากประเพณีพราหมณ์ ซึ่งรุ่งเรืองอยู่ในชมพูทวีปหรือประเทศอินเดียในปัจจุบัน และประเพณีพราหมณ์นี้เอง ก็ได้แพร่เข้ามาในแหลมทอง เกิดจากการเดินทางเข้ามา ค้าขายของพ่อค้าชาวอินเดียในสมัยโบราณที่เข้ามาค้าขาย และ ตั้งรากฐานวัฒนธรรมที่เมืองนครศรีธรรมราชอันเป็นเมืองใหญ่ของภาคใต้ในสมัยนั้น จนกระทั่งประเพณีพราหมณ์เผยแพร่เข้ามาสู่เมืองสุโขทัยและเจริญรุ่งเรืองสืบต่อมาถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา

แม้แต่ในสมัยปัจจุบันนี้ก็ตาม ประเพณีพราหมณ์หลายอย่างก็เป็นพิธีที่นับเนื่องอยู่ในการพระราชพิธีต่าง ๆ และที่เราจะเห็นได้ชัดที่สุดก็ คือ การตั้งศาลพระภูมิภายในอาณาเขตบ้านของเรา และสิ่งนี้ก็เป็นประเพณีที่เรารับมาจากพราหมณ์ ไม่มีในพระพุทธศาสนา ฉะนั้น ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาอย่างเคร่งครัด จะไม่มีการตั้งศาลพระภูมิในบ้านเลย การตั้งเสาหลักเมือง เมื่อจะมีการสร้างเมืองขึ้นใหม่นั่นเอง ถึงแม้ว่าธรรมเนียมการตั้งเสาหลักเมือง จะเป็นพิธีทางศาสนาพราหมณ์ก็ตามที

แต่ชาวไทยเราก็ได้ปฏิบัติกันมาจนแทบจะกลายเป็นประเพณีไทยไปแล้ว และบันทึกตามตำนาน อิน จัน มั่น คง ได้เผยเรื่องราวที่เล่าสืบกันมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โบราณถือว่า พิธีสร้างพระนคร หรือ สร้างบ้าน สร้างเมือง โดยในพิธีนั้น จะมีการฝังเสาหลักเมือง และเสามหาปราสาท โดยจะต้องเอาคนที่มีชีวิตทั้งเป็นฝังลงในหลุม เพื่อให้เป็นผู้เฝ้ามหาปราสาทบ้านเมือง ป้องกันอริราชศัตรู มิให้มีโรคภัยเกิดแก่เจ้าฟ้ามหากษัตริย์ผู้ปกครองนครบ้านเมือง

2-เนื้อหา

ซึ่งการทำพิธีกรรมดังกล่าวนี้ จำต้องนำเอาคนที่มีชื่อ อิน จัน มั่น คง ฝังลงหลุมจะถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงเวลาทหารจะเรียกชื่อ อิน จัน มั่น คง ตามบ้านเรือน และหากใครโชคร้ายขานรับขึ้นมา จะถูกนำตัวไปเลี้ยงดูอย่างดี อิ่มหนำ สำราญ โดยไม่บอกอนาคตล่วงหน้า ว่าพวกเขาจะเจอกับอะไร ในการเลือกคนที่จะเอามาทำพิธีกรรม ต้องเลือกให้ได้ลักษณะตามที่โหรพราหมณ์กำหนด ต้องไม่ใช่นักโทษประหาร และจะต้องเป็นคนที่อยู่ในวัยต่างกัน มีตั้งแต่คนมีอายุจนถึงเด็กทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ทุกคนต้องมีฐานะดีเป็นที่ยกย่องในกลุ่มชน และต้องเกิดตามที่โหรกำหนด ถ้าเป็นชายต้องไม่มีรอยสัก ผู้หญิงต้องไม่เจาะหู เมื่อสั่งเสียร่ำลาญาติพี่น้องแล้วก็จะถูกนำตัวไปลงหลุม ญาติพี่น้องก็จะได้รับพระราชทานรางวัลและเมื่อได้ฤกษ์ก็จะแห่แหนพวกเขา (อิน จัน มั่น คง) ไปที่หลุม

และทำการสั่งเสียกับพวกเขา ว่า ให้คอยเฝ้ารักษาประตูเมือง และพระราชวังไว้ และให้แจ้งข่าวให้รู้กันทั่ว หลุมเสาหลักเมืองนั้น จะผูกเสาคานใหญ่ ชักขึ้นเหนือหลุมนั้นในระดับสูงพอสมควรและ โยงไว้ด้วยเส้นเชือกสองเส้น ครั้นเมื่อถึงวันกำหนดที่จะปลิดชีวิตพวกเขานี้ จะมีการแห่นำก่อน และเมื่อชาวบ้านมาชุมนุมกัน เขาก็ตัดเชือกปล่อยให้เสาหรือซุงหล่น ลงมาบนศีรษะผู้เคราะห์ร้ายที่ตกเป็นเหยื่อของการถือโชคถือลางนั้น บี้แบนอยู่ในหลุมเสาหลักเมือง โดยคนไทยโบราณเชื่อว่า ผู้เคราะห์ร้ายเหล่านี้จะกลายสภาพเป็นอารักษ์ จำพวกที่เรียกว่า “ผีราษฎร”

3-เนื้อหา

เจ้าขุนมูลนาย และรวมถึงคนสามัญ บางคนก็กระทำการฆาตกรรมแก่ทาสของตนในทำนองเดียวกันนี้ เพื่อใช้ให้เป็นผีเฝ้าขุมทรัพย์ที่ตนฝังซ่อนไว้ นอกจากนี้ ในบันทึกของ “วันวลิต” ซึ่งเป็นชาวฮอลันดา ที่เดินทางมาพำนักพักในกรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง กล่าวไว้ในบันทึกของเขาตอนหนึ่งว่าที่กรุงศรีอยุธยา มีพิธีก่อนการสร้างประตูเมืองที่น่าสะพรึงกลัวเรื่องหนึ่ง คือ การโยนผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ลงไปในหลุมแล้วตอกเสาลงไปให้ตายทั้งเป็น โดยหวังว่าผู้หญิงคนนั้นจะกลายเป็นผีรักษาเฝ้าประตูเมือง วันวลิต บันทึกไว้ตอนหนึ่งว่า “พระเจ้าแผ่นดินองค์ปัจจุบันทรงเปลี่ยนประตูทั้งหมด ประตูเหล่านี้ถือเป็นที่ ๆ ศักดิ์สิทธิ์ในประเทศสยาม พระเจ้าแผ่นดินทรงสั่งให้โยนหญิงมีครรภ์ 2 คน ลงใต้เสาแต่ละเสา และจำเป็นต้องใช้หญิงมีครรภ์ถึง 68 คน สำหรับประตู 17 ประตูนี้

อย่างไรก็ตาม วันวลิต ได้เล่าต่อว่า หลังจากได้นำผู้หญิงตั้งครรภ์ทั้งหมดมาเพื่อเตรียมการทำพิธีพร้อมแล้ว จู่ ๆ มีหญิง 5 คน คลอดบุตรเสียก่อน ทำให้เกิดความสังเวชขึ้นในพระบรมมหาราชวัง ออกญาจักรีจึงกราบทูลฯ ขอให้ปล่อยผู้หญิงเหล่านั้นไป และคงเหลือตัวแทนเพียง 4 คนเท่านั้น ที่ถูกโยนลงหลุมไปแทน วันวลิตยังเล่าอีกว่า ไม่เพียงแต่ประตูวังเท่านั้น การสร้างที่ประทับในพระบรมมหาราชวังก็ได้ทำพิธีนี้เช่นเดียวกัน ดังบันทึกตอนหนึ่งว่า “ถ้าสร้างพระราชวัง หอสูง หรือที่ประทับ ใต้เสาแต่ละต้น ก็จะต้องโยนหญิงมีครรภ์คนหนึ่งลงไป หญิงผู้ตายในเวลาใกล้คลอดยิ่งดี เชื่อว่าผู้หญิงเหล่านี้เมื่อตายแล้วจะกลับเป็นผีปีศาจที่ดุร้าย ไม่เพียงคอยปกป้องเสาซึ่งตนถูกโยนลงมาข้างใต้ แต่ยังช่วยให้บ้านเมืองพ้นจากโรคร้ายอีกด้วย…”

และก็จบกันไปแล้วนะคะ สำหรับตำนานพิธีกรรมฝังเสาหลักเมืองด้วยการสังเวยคนทั้งเป็น ที่เราได้รวบรวมมาให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน แต่ต้องบอกก่อนว่าพิธีกรรมนี้ไม่ได้มีการพิสูจน์เป็นลายลักษณ์อักษรว่าเกิดขึ้นจริง เป็นเพียงเรื่องเล่าจากพ่อชาวฮอลันดาที่บันทึกไว้ว่ามีพิธีกรรมดังกล่าวนี้จริง ๆ ตอนที่ตนเองได้มาอยู่ที่ประเทศไทย

บทความรีวิวเกมสล็อตออนไลน์

Captain Roger สล็อตใหม่ จ่ายโบนัสเพียบ!

แนะนำเกม Witch’s Brew สล็อตออนไลน์แจ็คพอตแตกจริง